วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

พระอาจารย์วันชัย วิจิตโต วัดป่าภูสังโฆ



ประวัติพระอาจารย์วันชัย
พระ อาจารย์วันชัย วิจิตฺโต เกิดวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ อดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่น ๘ และ จปร. รุ่น ๑๙ ท่านได้ทำงานรับราชการทหารอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นจึงออกบวช แล้วได้พบหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นครั้งแรกที่มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซ.จรัญสนิทวงศ์ ๓๗ ฝั่งธนบุรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

หลวง ตามหาบัวได้ให้คำแนะนำว่า “ไม่ควรอยู่เร่ ๆ ร่อน ๆ ควรจะอยู่กับครูบาอาจารย์” จากนั้นไม่นานท่านก็เดินทางไปศึกษากับหลวงตามหาบัว ที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
“ถ้า เป็นน้ำก็แหวกลงไป แหวกจอกแหวกแหลงไป เห็นแล้วน้ำใสสะอาดซ่อนอยู่หลัง ความหมายมั่นสำคัญผิดนี่เอง แหวกความสำคัญทั้งหลายออก ออกให้หมด ธรรมทุกประเภท อนิจจังก็แล้ว ทุกขังก็แล้ว อนัตตาก็แล้ว แหวกออก ๆ จนไม่มีอะไรจะแหวก ถึงน้ำใสบริสุทธิ์ ถึงจิตดั้งเดิม ตัวจริงของจิตเป็นแบบนี้ ใสสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรเลยเจือปน ใสแท้เห็น ธรรม บรรลุธรรม เห็นกายก็จริง เห็นเวทนาก็จริง เห็นจิตจริง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างจริงไปหมด  ฝึกแล้วฝึกเล่า ภาวนาแล้วภาวนาเล่า ทุกข์แล้วทุกข์เล่า พยายาม แหวกสิ่งที่คนทั้งหลายเขาละเลย ท่านเห็นอะไรท่านก็พินิจพิจารณาเป็นธรรม ได้ยินอะไรท่านก็พินิจพิจารณาเป็นธรรม ได้กลิ่นลิ้มรสได้สัมผัสอะไรก็พินิจพิจารณาอยู่อย่างนั้น ถึงเอียงซ้ายเอี้ยงขวามันก็ไม่เอียง ต้องปรับให้มันตรงอยู่เรื่อย ตรงความจริงอยู่เรื่อย ในที่สุดก็แหวกออกหมด เหลือแต่ความจริงของจิต ทางภาคปฏิบัติ ปฏิบัติไป ๆ เหมือนกับจะไม่เห็นฝั่งเห็นฝาอะไรเลย เหมือนกับไม่มีวันถึงไหน
ถึง ต้องถึง นักปฏิบัติไม่หยุดไม่ถอย ยังไงมันก็ต้องถึง เหมือนกับมืดสนิทจะไม่มีวันสว่างเลย เหมือนกับโง่ดักดานจนไม่มีวันรู้เลย ไม่ใช่ มันค่อยเปลี่ยนแปลงไป ๆ จากการประพฤติปฏิบัติของเรา เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด จากชั่วเปลี่ยนไปดี จากมืดเปลี่ยนไปสว่างไปเรื่อย จากขุ่นมัวเปลี่ยนเป็นผ่องใสไป ๆ จากกิเลสก็เปลี่ยนเป็นธรรมขึ้นมา”
โอวาทธรรมจากพระอาจารย์วันชัย
“คนเราโลภ โกรธ หลง มาตั้งแต่เกิด จนแก่ จนตาย ไม่
เห็นมีอะไรดี กิเลสมันร้าย  เราไม่ได้ไปร่ำไปเรียน กิเลสมันก็ติดตัวเรา
ตั้งแต่เกิด ก็เพราะความหลงผิด ในตัวตนนั่นเอง”
“เวลาเราเหลือน้อยลงทุกที
อย่าได้ประมาท ให้เร่งภาวนากัน”
“ภาวนาให้มาก ต้องต่อสู้ ต้องพากเพียร จึงจะได้ของจริง”
“เอ้า แยกย้ายกันภาวนา”
วัดสังโฆญาณวิสุทธิโสภณ(ภูสังโฆ)
ตั้งอยู่บ้านกุดหมากไฟ หมู่ที่ 1 ตำบลกุดหมากไฟ  อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระอาจารย์วันชัย  วิจิตโต เป็นประธานสงฆ์ เดินทางจากจังหวัดอุดรธานี ถึงอำเภอหนองวัวซอ บ้านอูบมุง บ้านกุดหมากไฟ ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร

วัดภูสังโฆญาณวิสุทธิโสภณ (วัดภูสังโฆ, วัดป่าสังฆาราม) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดเสิงเคิง เป็นวัดปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นวัดที่เน้นหนักและเข้มงวดเรื่องการปฏิบัติภาวนา สถานที่สัปปายะ เหมาะอย่างยิ่งในการเร่งปฏิบัติภาวนาอย่างจริงจัง

การเดินทาง : มาจากตัวเมืองอุดร บนถนนอุดร-เลย ถึงทางแยกไปตัว อ.หนองวัวซอ เลี้ยวซ้าย ระยะทางตรงนี้ ประมาณ 22 กม. ตรงไปเรื่อย จะผ่านตัว อ.หนองวัวซอ ให้ตรงไปอีกบนถนนลาดยาง จนเกือบสุดถนน ให้เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านกุดหมากไฟ ตามถนนลาดยางไปไม่ไกล จะต้องเลี้ยวซ้าย มีป้ายบอก ให้สังเกตป้าย และถามทางไปเรื่อยๆ จนสุดถนนลาดยาง จะมีทางเลี้ยวขวา (ถนนดินแดง) ไปเรื่อยๆ ก็จะถึงวัด หรือเดินทางจาก อ.เมือง จ.อุดรธานี ก็นั่งรถสองแถวที่จะไปบ้านกุดหมากไฟ สุดสายเลย แล้วบอกให้สองแถวเลยไปส่งต่อที่วัดภูสังโฆ ได้เลย สองแถวจะรู้หมดทุกคัน ชาวบ้านจะเรียกชื่อวัดว่า วัดเสิงเคิงหรือวัดภูสังโฆ ก็จะทราบเป็นส่วนใหญ่


สำหรับท่านที่ต้องการไปหาที่วิเวก สงบ สำหรับภาวนาที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่น่าไปมากครับ เพราะมีคนไม่พลุกพล่าน อยู่ห่างไกลหมู่บ้านหรือชุมชนหลายกิโลเมตร















วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส



ทฤษฎีบทของพีทาโกรัส กล่าวไว้ว่า


แบบที่ 1 ในรูปสามเหลี่ยมมุมฉากใด ๆ ความยาวกำลังสองของด้านตรงข้ามมุมฉากมีค่าเท่ากับผลบวกของความยาวกำลังสองของด้านประกอบมุมฉากทั้งสองด้าน หรือพิจารณาจากพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส

แบบที่ 2 ในรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากใด ๆ พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านตรงข้ามมุมฉากมีค่าเท่ากับผลบวกของพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านประกอบมุมฉากสองด้าน ดังรูปประกอบ


จากรูป จะสังเกตว่า พื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีแดง(ด้านตรงข้ามมุมฉาก)จะเท่ากับ ผลรวมของพื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีน้ำเงิน(ด้านประกอบมุมฉาก)

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส



ถ้าสามเหลี่ยม ABC เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก ซึ่งมี C เป็นมุมฉาก ด้านตรงข้ามมุมฉาก(C) ยาว c ด้านตรงข้ามมุม A ยาว a ด้านตรงข้ามมุม B ยาว b ดังรูป


จะได้ความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของด้านทั้งสามของรูปสามเหลี่ยมสามเหลี่ยมมุมฉาก ABC ดังนี้
c2=a2+b2
ทฤษฎี บทพีทาโกรัสนี้ ง่ายมากๆครับ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาได้ตลอด และชอบออกข้อสอบ o-net เท่าที่ติดตามออกทุกปีครัับ ฉนั้นต้องเข้าใจและต้องทำโจทย์เยอๆครับ
ถ้าแปลเป็นภาษาพูดง่ายๆ ของทฤษฎีนี้ก็คือ ด้านตรงข้ามมุมยกกำลังสอง เท่ากับ ด้านที่เหลือยกกำลังสองบวกกัน ครับ มาดูตัวอย่างการนำไปใช้กันครับ



ตัวอย่างที่ 1 จงหาความยาวที่เหลือของรูปสามเหลี่ยมต่อไปนี้


วิธีทำ จากรูปจะเห็นได้ว่าสามเหลี่ยมที่กำหนดให้เป็นสามเหลี่ยมมุมฉากน่ะครับ ดังนั้นเราสามารถหาความยาวด้านที่เหลือได้โดยใช้ทฤษฏีบทพีทาโกรัสได้เลยครับ 

จากทฤษฏีบทพีทาโกรัส คือ ด้านตรงข้ามมุมฉากยกกำลังสอง เท่ากับ ด้านที่เหลือยกกำลังสองแล้วบวกกัน นั่นคือ
c2=a2+b2
จากรูป  a=4 , b=3  หาค่าของ c ครับ
จะได้ว่า
c2=42 + 32
=16 + 9
= 25
นั่นคือ c2=25
ดังนั้น c=5

ตอบ c ยาว 5 หน่วย


ตัวอย่างที่ 2 จงหาความยาวที่เหลือของสามเหลี่ยมต่อไปนี้



วิธีทำ จากรูปจะเห็นได้ว่าสามเหลี่ยมที่กำหนดให้เป็นสามเหลี่ยมมุมฉากน่ะครับ ดังนั้นเราสามารถหาความยาวด้านที่เหลือได้โดยใช้ทฤษฏีบทพีทาโกรัสได้เลยครับ

จากทฤษฏีบทพีทาโกรัส คือ ด้านตรงข้ามมุมฉากยกกำลังสอง เท่ากับ ด้านที่เหลือยกกำลังสองแล้วบวกกัน ด้านตรงข้ามมุมฉากคือด้าน d
นั่นคือ
d2 = 72+242
d2 = 49+576
d2 = 625
d =  25
ตอบ d ยาว 25 หน่วย

ตัวอย่างที่ 3 จงหาความยาวที่เหลือของสามเหลี่ยมต่อไปนี้


วิธีทำ จากรูปจะเห็นได้ว่าสามเหลี่ยมที่กำหนดให้เป็นสามเหลี่ยมมุมฉากน่ะครับ ดังนั้นเราสามารถหาความยาวด้านที่เหลือได้โดยใช้ทฤษฏีบทพีทาโกรัสได้เลยครับ

จากทฤษฏีบทพีทาโกรัส คือ ด้านตรงข้ามมุมฉากยกกำลังสอง เท่ากับ ด้านที่เหลือยกกำลังสองแล้วบวกกัน

ด้านตรงข้ามมุมฉากคือด้าน c

นั่นคือ
c2=52+122
c2=25+144
c2=169
c=13
ตอบ c ยาว  13 หน่วย

 ตัวอย่างที่ 4 จงหาความยาวของด้านตรงข้ามมุมฉากของรูปสามเหลี่ยมต่อไปนี้
วิธีทำ จากรูปจะเห็นได้ว่ารูปที่กำหนดให้เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ดังนั้นเราสามารถใช้ทฤษฎีพีทาโกรัสหาความยาวของสามเหลี่ยมนี้ได้ครับ   จากรูปจะได้ว่า
AB2=AC2+BC2
AB2=82+152
AB2=64+225
AB2=289
AB=17
ดังนั้น AB ยาว 17 หน่วยครับ
ตอบ ด้านตรงข้ามมุมฉากยาว  17 หน่วย

ตัวอย่างที่ 4 จงหาความยาวของด้านที่เหลื่อของสามเหลี่ยมต่อไปนี้
วิธีทำ จากรูปจะเห็นได้ว่า
ด้านตรงข้ามมุมฉาก คือ PR ยาว 15 หน่วย
ด้าน QR ยาว 12 หน่วย
ต้องหาความยาวของ PQ
เนื่องจากรูปสามเหลี่ยมรูปนี้เป็นรูปสามเหลี่ยมุมฉาก ดังนั้น สามารถหาความที่เหลือโดยใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัส
คือ  ด้านตรงข้ามมุมฉากยกกำลังสอง = ด้านที่เหลื่อยกกำลังสองแล้วนำมาบวกกัน
นั่นคือ
PR2=QR2+PQ2
แทนค่าความยาวตามที่โจทย์กำหนดให้ลงไปเลยครับ จะได้
152=122+PQ2 แก้สมการเพื่อหาค่า PQ คับ จะได้
PQ2=152-122
PQ2=225-144
PQ2=81
PQ=9
นั่นคือ PQ ยาว 9 หน่วย
ตอบ ความยาวของด้านที่เหลือคือด้าย PQ ยาว  9  หน่วย


ขอบคุณที่มา : https://sites.google.com/a/web1.dara.ac.th/pythagoras/--sara-kar-reiyn-ru/--thvsdibth-pi-tha-ko-ras
http://www.mathpaper.net/index.php/2013-01-01-12-26-42

เรียนอะไรให้ได้งานทำดีๆ

จากใจผู้บริหารที่มองคุณสมบัติของน้องๆที่จะมาร่วมทำงานที่บริษัท คงไม่น่าจะเป็นบริษัทผมอย่างเดียวมีดังนี้
1 ส่วนตัวไม่สนผลสอบโอเน็ต พีเน็ต บ้าบออะไรนั่น มันไม่ได้บอกว่าน้องเก่งอะไร แม้เพียงนิด มันอยู่ที่สมัครทำงานอะไรแอบเซ็งแทน
2 ขอให้เป็น excel , word มันช่วยงานให้ง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องไปกวนคนอื่น ถ้าไม่เป็นเลยนี่ผมมึน และชีวิตน้องจะลำบาก
3 ถ้าน้องมาฟังคำสั่งอย่างเดียว ไม่เคยเสนอทางออกใหม่ นำเสนอสิ่งใหม่ๆให้องค์กร น้องไม่มีวันก้าวหน้า ฝึกความเป็นผู้นำไว้ ร่วมกิจกรรมต่างๆด้วย
4 ผลการเรียนกับความเก่งในการทำงานคนละเรื่อง สอบได้ 4 จบเมืองนอก แต่เป็นใบ้ในที่ทำงานจะไม่มีใครได้ประโยชน์
5 ถ้าสถาบันที่น้องเรียนยังไม่ช่วยทำให้น้องรู้สึกเก่งขึ้น จงขวนขวายเพิ่มเติมเอง เพื่อตัวเองนะจ๊ะ
6 การเรียนรู้เพื่อออกไปประกอบอาชีพ สถาบันการศึกษามีส่วนช่วยได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด น้องต้องฝึกตัวเองแล้วจะทำข้อสอบตอนสัมภาษณ์ได้ดี ตอบฉะฉาน
7 ผู้สัมภาษณ์จะทึ่งน้องๆ ไม่ใช่ผลสอบจากสถาบัน แต่อยู่ที่ผลทดสอบหลายอย่าง และตัวตัดสินน้องคือการตอบคำถามอย่างชาญฉลาด
8 อย่ารอปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย มันอีกนาน ปฏิรูปตนเองก่อนเพื่อความสำเร็จ
9 อย่าฝันสูงถ้าตนเองเฉื่อยแฉะ แล้วเที่ยวหวังคนอื่นมาป้อนข้าวป้อนน้ำ ชีวิตจริงการทำงานไม่มีเช่นนั้นดอก
10 ปัจจุบันนี้โลกจะก้าวหน้าเร็วมากกว่าอดีตมากมาย ถ้าน้องยังอยู่ยุค 2475 คนที่ลำบากคือน้องเอง อยากสำเร็จต้องพึ่งตนเองนะจ๊ะครับ
สุดท้ายพึงระลึกเสมอว่าคนในองค์กรมีความหลากหลาย ไม่มีองค์กรใด perfect เขาจึงอยากได้น้องมาเติมเต็ม ปฏิรูปตนเองวันนี้ อย่ารอประเทศปฏิรูปเรื่องการศึกษาให้น้องๆ มันจะช้าไป
 
ขอบคุณที่มา : https://www.facebook.com/suharit.surprise

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

WIfi ฟรี ทั่วประเทศ

"แจ้งข่าวดี" รัฐบาลให้ใช้ WIfi ฟรี เพียงเข้าไปลงทะเบียน
ใช้ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ไปตามลิ้งค์ต่อไปนี้ได้เลย

... ลิงค์สำหรับลงทะเบียน ICT Free WiFi
ลิงค์สำหรับลงทะเบียน ICT Free WiFi

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล http://vip.totwifi.com/ict-metro1
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล http://vip.totwifi.com/ict-metro2
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล http://vip.totwifi.com/ict-metro3
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล http://vip.totwifi.com/ict-metro4
กาญจนบุรี http://vip.totwifi.com/ict-kanchanaburi
จันทบุรี http://vip.totwifi.com/ict-chantaburi/
ฉะเชิงเทรา http://vip.totwifi.com/ict-chachoengsao
ชลบุรี http://vip.totwifi.com/ict-chonburi
ชัยนาท http://vip.totwifi.com/ict-chainat
ตราด http://vip.totwifi.com/ict-trat
นครนายก http://vip.totwifi.com/ict-nakhonnayok
นครปฐม http://vip.totwifi.com/ict-nakhonpathom
ประจวบคีรีขันธ์ http://vip.totwifi.com/ict-prachuapkhirikhan
ปราจีนบุรี http://vip.totwifi.com/ict-prachinburi
พระนครศรีอยุธยา http://vip.totwifi.com/ict-ayutthaya
เพชรบุรี http://vip.totwifi.com/ict-phetchaburi
ระยอง http://vip.totwifi.com/ict-rayong
ราชบุรี http://vip.totwifi.com/ict-ratchaburi
ลพบุรี http://vip.totwifi.com/ict-lopburi
สมุทรสงคราม http://vip.totwifi.com/ict-samutsongkhram
สมุทรสาคร http://vip.totwifi.com/ict-samutsakhon
สระบุรี http://vip.totwifi.com/ict-saraburi
สิงห์บุรี http://vip.totwifi.com/ict-singburi
สุพรรณบุรี http://vip.totwifi.com/ict-suphanburi
อ่างทอง http://vip.totwifi.com/ict-angthong
สระแก้ว http://vip.totwifi.com/ict-sakaeo
กำแพงเพชร http://vip.totwifi.com/ict-kamphaengphet
เชียงราย http://vip.totwifi.com/ict-chiangrai
เชียงใหม่ http://vip.totwifi.com/ict-chiangmai
ตาก http://vip.totwifi.com/ict-tak
นครสวรรค์ http://vip.totwifi.com/ict-nakhonsawan
น่าน http://vip.totwifi.com/ict-nan
พิจิตร http://vip.totwifi.com/ict-pijit/
พิษณุโลก http://vip.totwifi.com/ict-phitsanulok
เพชรบูรณ์ http://vip.totwifi.com/ict-phetchabun
แพร่ http://vip.totwifi.com/ict-phrae
แม่ฮ่องสอน http://vip.totwifi.com/ict-maehongson
ลำปาง http://vip.totwifi.com/ict-lampang
ลำพูน http://vip.totwifi.com/ict-lamphun
สุโขทัย http://vip.totwifi.com/ict-sukhothai
อุตรดิตถ์ http://vip.totwifi.com/ict-uttaradit
อุทัยธานี http://vip.totwifi.com/ict-uthaithani
พะเยา http://vip.totwifi.com/ict-phayao
กาฬสินธุ์ http://vip.totwifi.com/ict-kalasin
ขอนแก่น http://vip.totwifi.com/ict-khonkaen
ชัยภูมิ http://vip.totwifi.com/ict-chaiyaphum
ยโสธร http://vip.totwifi.com/ict-yasothon
นครพนม http://vip.totwifi.com/ict-nakhonphanom
นครราชสีมา http://vip.totwifi.com/ict-nakhonratchasima
บุรีรัมย์ http://vip.totwifi.com/ict-burirum/
มหาสารคาม http://vip.totwifi.com/ict-mahasarakham
ร้อยเอ็ด http://vip.totwifi.com/ict-roiet
เลย http://vip.totwifi.com/ict-loei
ศรีสะเกษ http://vip.totwifi.com/ict-sisaket
สกลนคร http://vip.totwifi.com/ict-sakonnakhon
สุรินทร์ http://vip.totwifi.com/ict-surin
หนองคาย http://vip.totwifi.com/ict-nongkhai
อุดรธานี http://vip.totwifi.com/ict-udonthani
อุบลราชธานี http://vip.totwifi.com/ict-ubonratchathani
มุกดาหาร http://vip.totwifi.com/ict-mukdahan
อำนาจเจริญ http://vip.totwifi.com/ict-amnatcharoen
หนองบัวลำภู http://vip.totwifi.com/ict-nongbualamphu
กระบี่ http://vip.totwifi.com/ict-krabi
ชุมพร http://vip.totwifi.com/ict-chumphon
ตรัง http://vip.totwifi.com/ict-trang
นครศรีธรรมราช http://vip.totwifi.com/ict-nakhonsithammarat
นราธิวาส http://vip.totwifi.com/ict-narathiwat
ปัตตานี http://vip.totwifi.com/ict-pattani
พังงา http://vip.totwifi.com/ict-phangnga
พัทลุง http://vip.totwifi.com/ict-phatthalung
ภูเก็ต http://vip.totwifi.com/ict-phuket
ยะลา http://vip.totwifi.com/ict-yala
ระนอง http://vip.totwifi.com/ict-ranong
สงขลา http://vip.totwifi.com/ict-songkhla
สตูล http://vip.totwifi.com/ict-satun
สุราษฎร์ธานี http://vip.totwifi.com/ict-surat

วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บุพเพสันนิวาส

 
มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกันเมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงานต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า
คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด เมื่อได้ทราบข่าวเขาทั้งงงและเสียใจมาก
ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ

เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆ
ไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น
ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น
มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา
เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน
แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู
เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ
จึงบอกว่า " ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า"

หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า "อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต ในบ้านมีคนป่วยใช่มั๊ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อยไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว"
เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่า ตัดสินใจเองไม่ได้ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่า
"อยากเข้ามา ก็เข้ามา!"

เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า
ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น
หลวงตายิ้มแล้วพูดว่า "อาการหนักเลยนะ"

ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด
หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า
"โทรมมากเลยนะ" ชายคนนั้นไม่สนใจ
หลวงตาบอกว่า "ไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ"
ชายคนนั้นไม่สนใจ

แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน
เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น
ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป
กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล

ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด

เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ
แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขามองเห็นศพนั้น
เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุม
ร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป

พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา
เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู
เมื่อพบว่า เป็นศพ ด้วยใจสงสาร
จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด
เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆ
กอบทรายขึ้นมา เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ
จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร
จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป

จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพ
ของศพหญิงคนนั้น และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ
พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก

ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า "ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน"
เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา
เด็กรับใช้ตกใจมาก
หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า "โยมรอดแล้ว
เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว"

ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชติดตามหลวงตาองค์นั้นในที่สุด
คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง ,
ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย
เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน
เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่

ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้
คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง
เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกัน
ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า
ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้
ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า
เราจะต้องจากกันเมื่อไหร่

ทุกๆวจีกรรม กายกรรม และมโนกรรม ที่เรานึกคิด
พูดล้วนเป็นกรรมหมด อยู่ที่เจตนาเป็นบุญหรือบาป ล้วนส่งผลต่อปัจจุบันและอนาคตทั้งนั้น...ธรรมะสาธุ

ขอบคุณ :  Facebook.com

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

กินดิน... ประทังชีวิต


          ใน ประเทศเฮติ คุณรู้ไหมว่า ชาร์ลีน ดูมัส สาวน้อยผู้ยากจนที่อาศัยอยู่ในสลัมกรุงปอร์โตแปรงซ์ กินอะไรเป็นมื้อกลางวัน... ถ้าได้ฟังคำตอบแล้วคุณอาจจะอึ้งด้วยความสลดใจ เพราะเธอต้อง กินดิน เป็นอาหารประทังชีวิต...



ราคาอาหารที่พุ่งขึ้นพรวดพราด ทำให้คนยากจนในเฮติไม่สามารถแม้แต่จะหาข้าวเพียงแค่จานเดียวมาลูบท้องได้ บางคนเลยต้องดิ้นรนหาทางออกที่สิ้นหวังเพื่อเติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่า

ชาร์ลีน สาวน้อยวัย 16 ซึ่งมีลูกชายอายุหนึ่งเดือนแล้วคนหนึ่ง ต้องหันมาพึ่งพิงวิธีประทังความหิวแบบโบร่ำโบราณของเฮติ นั่นคือ การกินคุ้กกี้ที่ทำด้วยดินเหลืองจากที่ราบสูงทางตอนกลางของประเทศ

ขณะที่แพทย์ชาวเฮติ กล่าวว่า การกินคุ้กกี้ดินเป็นอาหารอาจเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารได้ แต่ชาวเฮติก็โต้ว่า "ฉันหวังว่าซักวันหนึ่งจะมีอาหารพอกิน จะได้หยุดกินดินพวกนี้เสียที ฉันรู้หรอกน่าว่ามันไม่ดีต่อตัวเอง"

... พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีใครอยากกินดินกันหรอก แต่พวกเขามีทางเลือกอื่นนอกจากนี้อีกหรือ

ในประเทศเฮติ คุณรู้ไหมว่า ชาร์ลีน ดูมัส สาวน้อยผู้ยากจนที่อาศัยอยู่ในสลัมกรุงปอร์โตแปรงซ์ กินอะไรเป็นมื้อกลางวัน

.. ถ้าได้ฟังคำตอบแล้วคุณอาจจะอึ้งด้วยความสลดใจ เพราะเธอต้อง กินดิน เป็นอาหารประทังชีวิต...

ราคาอาหารที่พุ่งขึ้นพรวดพราดทำให้ คนยากจนในเฮติไม่สามารถแม้แต่จะหาข้าวเพียงแค่จานเดียวมาลูบท้องได้ บางคนเลยต้องดิ้นรนหาทางออกที่สิ้นหวังเพื่อเติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่า

ชา ร์ลีน สาวน้อยวัย 16 ซึ่งมีลูกชายอายุหนึ่งเดือนแล้วคนหนึ่ง ต้องหันมาพึ่งพิงวิธีประทังความหิวแบบโบร่ำโบราณของเฮติ นั่นคือ การกินคุ้กกี้ที่ทำด้วยดินเหลืองจากที่ราบสูงทางตอนกลางของประเทศ



ดิน ชนิดนี้ถูกใช้เป็นยาลดกรดในกระเพาะ รวมถึงเป็นแหล่งแคลเซี่ยมของผู้หญิงท้อง และเด็กๆชาวเฮติมานมนานแล้ว แต่ในสถานที่หลายๆแห่ง อาทิ ในสลัมไซต์ โซลีลที่ชาร์ลีน และลูกน้อยอาศัยอยู่ในบ้านขนาด 2 ห้องร่วมกับพี่น้อง 5 คน และพ่อแม่ที่ตกงานอีก 2 คนแล้ว คุ้กกี้ที่ทำจากดิน เกลือ และผักชนิดนี้ได้กลายมาเป็นอาหารประจำวันไปแล้ว



ชาร์ลีน บอกว่าเวลาที่แม่ของเธอไม่ได้ทำกับข้าว เธอต้องกินคุ้กกี้ดินเป็นอาหารวันละ 3 มื้อเลยทีเดียว ส่วนลูกน้อยของเธอที่ชื่อว่า "วู้ดสัน" นั้นนอนนิ่งอยู่บนตักของชาร์ลีน ดูผอมลงเล็กน้อยกว่าเมื่อช่วงแรกเกิดที่มีน้ำหนัก 2.8 กิโลกรัมเสียอีก



ถึงแม้ว่าเธอจะชอบรสชาติที่เหมือนเนยแล้วก็ออกเค็ม ของคุ้กกี้ชนิดนี้ แต่ชาร์ลีนบอกว่าคุ้กกี้ดินทำให้เธอปวดท้อง แถมเวลาที่เธอให้นม "วูดสัน" ก็ดูเหมือนว่าบางครั้งลูกน้อยก็จะมีอาการจุกเสียดด้วยเช่นกัน

ทั้ง นี้ ราคาอาหารในประเทศหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียนบางแห่งนั้นพุ่งขึ้นมากถึง 40% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะน้ำท่วม ทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากฤดูเฮอร์ริเคนเมื่อปีที่แล้ว จนทำให้องค์การอาหารและเกษตรกรรมแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินในเฮติ และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน
ทางด้านบรรดาผู้นำประเทศแถบแคริบเบียนเองก็ได้ จัดการประชุมฉุกเฉินขึ้นในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพื่อหารือกันเรื่องลดภาษี อาหาร และสร้างฟาร์มประจำภูมิภาคขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อลดการพึ่งพิงสินค้านำเข้า

ที่ตลาดในสลัมลา ซาลิเนส ข้าว 2 ถ้วยวางขายกันอยู่ที่ 60 เซนต์สหรัฐ มีราคาเพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือนธันวาคม 10 เซนต์ และเพิ่มขึ้นจากช่วงหนึ่งปีที่แล้วถึง 50% เลยทีเดียว ส่วนราคาถั่ว นมข้นหวาน และผลไม้ก็ขึ้นในอัตราเท่าๆกัน แม้แต่ราคาของดินที่กินได้ยังขยับขึ้นเกือบ 1.50 ดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบัน ราคาดินที่นำมาทำคุ้กกี้ 100 ชิ้นนั้นสูงถึง 5 ดอลลาร์ หรือเฉลี่ยชิ้นละประมาณ 5 เซนต์ก็ยังนับว่าถูกอยู่ดีเมื่อเทียบกับอาหารประเภทอื่น

พ่อค้าจะ ขับรถบรรทุกขนดินจากเมืองฮินเช ทางภาคกลาง มายังตลาดแล้วพวกผู้หญิงก็จะซื้อดินไปทำคุ้กกี้ โดยจะแบกถังบรรจุดิน และน้ำขึ้นบันไดไปยังหลังคาตึกที่เคยเป็นคุกเก่ามาก่อน แล้วไปคลุกเคล้าส่วนผสม หยอดดินเป็นชิ้นคุ้กกี้ แล้วตากแดดที่ร้อนระอุจนแห้งสนิท
คุ้กกี้ที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะถูก จัดใส่ถังแล้วแบกกลับไปวางขายที่ตลาด หรือไม่ก็วางขายกันตามถนน

นัก ข่าวที่ลองกินคุ้กกี้ดูพบว่าเนื้อเหนียวละมุน แต่จะดูดเอาความชื้นทั้งหมดภายในปากออกมาทันทีที่ลิ้นแตะชิ้นคุ้กกี้ แถมรสชาติอันไม่พึงประสงค์ของดินจะยังอบอวลอยู่ในปากต่อไปเป็นเวลานานหลาย ชั่วโมงเลยทีเดียว

สำหรับเรื่องของผลกระทบจากการกินคุ้กกี้ดินนั้น ผลการประเมินออกมาหลากหลายมาก เจอรัลด์ เอ็น คัลลาฮาน ผู้วชาญด้านระบบภูมิคุ้มกันจากมหาวิทยาลัยรัฐโคโลราโดในสหรัฐซึ่งศึกษา เรื่องการกินดินเป็นอาหารกล่าวว่า ดินอาจมีปรสิตหรือสารพิษที่ทำให้ถึงตายได้ แต่ก็อาจทำให้ภูมิคุ้มกันโรคบางชนิดของทารกในครรภ์แข็งแรงขึ้นได้เช่นกัน

ขณะ ที่แพทย์ชาวเฮติเองกล่าวว่าการกินคุ้กกี้ดินเป็นอาหารอาจเสี่ยงต่อการขาดสาร อาหารได้

แต่ชาวเฮติก็โต้ว่า "ฉันหวังว่าซักวันหนึ่งจะมีอาหารพอกิน จะได้หยุดกินดินพวกนี้เสียที ฉันรู้หรอกน่าว่ามันไม่ดีต่อตัวเอง"

คิดดี ทำดี

คนที่คิดดี คิดเป็น จะเป็นคนที่น่ารัก เพราะเขาจะมีคำพูดดี ๆ พูดออกมาให้ฟัง และมักจะมีการกระทำดี ๆ ให้มองเห็นด้วย
คน บางคนหน้าตาดี ความรู้ดี ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ดี แต่คิดไม่ดี ทำให้เวลาพูดออกมาจะเห็นว่า เขามีความคิดไม่สร้างสรรค์ เช่น มีความคิดแบบคับแคบ โบราณ ชอบจับผิดคนอื่น ขี้อิจฉาริษยา ชอบพูดว่าคนอื่นไม่มีทางทำได้ กระแนะกระแหน ยกเอาความผิดพลาดของคนอื่นขึ้นมาซ้ำเติมบ่อยๆ คิดเล็กคิดน้อยจนน่าเบื่อ คิดการณ์ใหญ่ๆ ไม่เป็น

แต่ ก็มีหลาย ๆ คนชินต่อความคิดแบบนี้ หรือชินคนที่คิดแบบนี้เสียแล้ว เราจึงเห็นคนคิดแบบนี้ พูดแบบนี้กันเต็มบ้านเต็มเมือง ฟังแล้วรู้สึกห่อเหี่ยว หดหู่ ขาดจินตนาการ ขาดความหวัง สังคมแห้งแล้ง ไม่เกิดความอยากทำกิจกรรมที่ดีๆ ใหม่ ๆ เลย

แต่ถ้าเราคิดดี คิดเป็นแล้ว ผลออกมาจะตรงกันข้าม จะทำให้เราเกิดกำลังใจ เกิดจินตนาการที่ดีๆ เกิดพฤติกรรมและคำพูดที่ดี ๆ

ความคิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ ต้องฝึกให้มีความคิดที่ดี ๆ อยู่เสมอ ความคิดดี ๆ เปรียบเสมือนเมล็ดพืชดีๆ ที่เพาะเอาไว้ในใจ จะรอคอยวันเติบโต เป็นความรู้สึก เป็นคำพูด เป็นการกระทำที่ดี ๆ เป็นนิสัยและบุคลิกภาพที่ดี ๆ ต่อไป

ลักษณะความคิดที่ดี ๆ ได้แก่

1. ความคิดเพื่อการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่คิดจะเปลี่ยนแปลงคนอื่น แต่คิดอยากเปลี่ยนแปลงตั
วเองมากกว่า เวลาเกิดปัญหากับใครก็ตาม คนที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุดก็คือตัวเราเอง เคยคิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองกันบ้างไหม ?

2. ความคิดให้อภัยความผิดพลาดของตัวเองและผู้อื่น ใคร ๆ ก็ทำผิดพลาดได้ทั้งนั้น เพราะทุกคนมีข้อบกพร่องทั้งนั้น รวมทั้งตัวเราเองด้วย ถ้าเราไม่รู้จักการให้อภัยทั้
งตน เองและคนอื่น เราก็จะหมกมุ่นกับความแค้น ความโกรธ ไม่มีความสุข เมื่อไม่ให้อภัยตัวเอง ก็โกรธตัวเอง กลายเป็นความเศร้าได้ง่าย เมื่อไม่ให้อภัยคนอื่น ก็โกรธคนอื่น กลายเป็นความแค้นและก้าวร้าวได้

3. รู้จักคิดให้กำลังใจตนเองและผู้อื่น  จิตมนุษย์พร่องได้เสมอทั้งตั
วเราและคนอื่น การรู้จักให้กำลังใจตนเองและคนอื่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเติมความพร่องในใจให้เต็มขึ้น จะรอคอยคนอื่น ๆ มาช่วยเติมนั้นลำบากแน่ๆ ตัวเราเองรู้จักให้กำลังใจตนเองและคนอื่นจะง่ายกว่า

4. รู้จักชมเชยตัวเองและคนอื่น  การ รู้จัก "จับถูก" ตนเองและคนอื่น พร้อมทั้งยกย่องชมเชยได้ จะทำให้เกิดกำลังใจ ลอง ๆ ดูซิ เราจะชอบตัวเราเองได้มากขึ้น และทำให้คนอื่นชอบตัวเขาเองได้
มากขึ้น พร้อมทั้งเขาจะชอบคุณด้วย

5. คิดเป็นมิตรกับตนเอง รักตนเอง และผู้อื่นได้  หลาย ๆ คน  ไม่เคยเป็นมิตรกับตนเอง ไม่เคยรักตนเอง แต่อยากให้คนอื่นเขามาเป็นมิ
ตรกับเรา มารักเรา ขอบอกเลยว่า ไม่มีทางสำเร็จได้ ถ้าคุณไม่เริ่มต้นที่การเป็นมิตรกับตนเองและรักตนเองให้ได้ก่อน

คุณจะรู้สึกอบอุ่นกับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีค่าและทำตัวให้มีค่ามากขึ้น เมื่อคุณรู้สึกเป็นมิตรกับตนเอง และรักตนเองได้ แล้วคนอื่น ๆ ก็จะเป็นมิตรและรักคุณได้ง่ายขึ้นด้วย จากนั้นคุณก็ต้องถ่อมตน กระจายความเป็นมิตรและความรักไปหาคนอื่นด้วย ซึ่งเป็นการดีแน่ ๆ
6. รู้จักคิดในแง่บวกให้มากขึ้น  เวลามีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้
น ถ้าเราคิดในแง่บวก เราจะมีกำลังใจ กล้าเผชิญกับอุปสรรคได้มากขึ้น ถ้าอยากได้ของดี ๆ ในชีวิต อย่าคิดว่า "ไม่มีทาง" เพราะจะทำให้สมองตีบตัน ยอมแพ้ง่ายดาย แต่ให้คิดว่า "ทำอย่างไรจึงจะได้" จะทำให้สมองเริ่มคิดว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่เราจะทำได้ และคิดต่อไปว่า "ฉันจะได้ในสิ่งที่อยากได้ (ไม่มากก็น้อย)" ทำให้เกิดกำลังใจและสนุกกับการมีชีวิตอยู่

คนที่มีความสุ
ขและ ประสบความสำเร็จในชีวิต มักมีแนวคิดในแง่บวกจนตาย ถ้าฝึกความคิดแง่บวกนี้ ลองคิดซิว่า ชีวิตเรานี้มีอนิจจัง (คือ ความไม่แน่นอน) เป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอน เรียกว่าเป็น  ปรมัตถ์สัจจะ

ความ ไม่แน่นอนของชีวิตอนาคต หมายถึง ทางเลือกหลายทาง ได้แก่ ดีขึ้น เลวลง เท่าเดิม ตาย ถ้าเราเลือกเชื่อ เลือกคิดว่าอนาคตเราจะดีขึ้น เราก็จะอยากอยู่ต่อไปแบบมี
ความหวัง มีความสุขกับชีวิต แต่ถ้าเราเลือกเชื่อ เลือกคิดว่าอนาคตของเราจะเลวลง หรือเท่าเดิม หรือตาย จะทำให้ไม่อยากอยู่ หรือไม่สนุกกับชีวิตเลย ฝึกคิดในแง่บวกให้ดีเถิด

7. คิดว่างานที่คุณกำลังทำหรือสถานภาพที่คุณกำลังเป็นอยู่นั้นมีความสำคัญทั้งนั้น  ไม่ ว่าจะทำงานอะไรอยู่ เช่น แพทย์ วิศวกร เสมียน ผู้จัดการ นักการ ภารโรง ฯลฯ หรือมีสถานภาพอะไร ไม่ว่าจะเป็นสามี เป็นภรรยา เป็นคนใช้ เป็นลูกน้อง เป็นนาย ฯลฯ ล้วนแต่สำคัญทั้งนั้น เพราะคุณกำลังทำหน้าที่ของชีวิ
ตเพื่อให้โลกนี้ดำเนินต่อไปได้   ถ้าทุกคนคิดว่า งานที่ตัวเรากำลังทำ หรือสถานภาพของตัวเองที่เป็นอยู่นั้นไม่สำคัญ ทุกคนก็จะทอดทิ้งหน้าที่ กิจกรรมทั้งหมดในโลกก็ดำเนินต่อไปไม่ได้ ก็คือให้คิดว่าคุณคิดคนสำคัญคนหนึ่งของโลกเราด้วย

8. ให้คิดแบบคนสำคัญหรือคนเก่งของโลกเขาคิดกัน
คนสำคัญ ๆ
ของโลกมักคิดเรื่องใหญ่ ๆ เสมอ ไม่มีใครคิดเล็กคิดน้อย คิดหยุมหยิมแล้วเจริญเติบโตเป็
นคนใหญ่คนโตหรอก ความคิดแบบคนสำคัญ มักคิดการณ์ใหญ่ คิดว่าทำได้ และลงมือทำเสมอได้แค่ไหนก็แค่นั้น หาทางพัฒนาความคิดและทำต่อไป เขาจะคิดแบบคนใจกว้าง รับฟังความคิดคนอื่นๆ แล้วรวบรวมคัดสรรมาเป็นความคิดที่เหมาะสมได้  พวกนี้มักประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นเศรษฐี เป็นผู้นำการเมือง เป็นคนสำคัญของโลก คนพวกนี้นอกจากคิดได้แล้ว เขาจะลงมือทำทันที เดี๋ยวนั้นเลย ผลงานจึงมากกว่าคนอื่นๆ ถ้าเกิดอุปสรรคเขาก็ไม่โทษคนอื่น แต่จะหาทางศึกษาพัฒนาแนวทางใหม่และเขาจะหาทางลดอุปสรรคของความสำเร็จลง อุปสรรคเหล่านั้นได้แก่ ความกลัว ความคิดด้านลบ ความขี้เกียจ ความหยิ่งยโส

ใครก็ตามที่มีความคิดดี ๆ ดังกล่าวแล้ว จะเป็นคนที่เจริญได้มากกว่าคนอื่น สังคมเราทุกวันนี้เริ่มมีคนคิดดี ๆ ทำดีๆ  ให้เห็นบ้างแล้ว แต่มีคนอีกมากมายที่ไม่ชิน กลับไปว่าเขาพูดมาก คิดแล้วทำไม่ได้ หาเรื่องตำหนิ หรืออิจฉาริษยา คนพวกนี้หาความเจริญได้ยาก ย่ำเท้าอยู่กับที่ มีแต่คอยนินทา จับผิดคนอื่นๆ และหาเรื่องรบกวน ขัดขวางไม่ให้คนคนที่เขาคิดดี ๆ หรือทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม
ความอิจฉาริษยาจากคนรอบ ๆ ตัว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนคิดดี ทำดี รู้สึกท้อถอย ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ความอดทนฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ อยากปลุกระดมให้ประชากรในสังคมของเรา คิดดี ทำดี ให้มากขึ้น จะได้เกิดกำลังใจช่วยกันกู้ชาติ ช่วยบ้านเมืองให้พ้นภัยพิบัติ

ขอบคุณที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9 ตุลาคม 2546